วิธีดูแลรักษา ยางรถบรรทุก ให้ใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มค่า

ยางรถบรรทุก

"ยางรถบรรทุก" นั้นมีบทบาทที่สำคัญอย่างสำหรับการบรรทุก ดังนั้นการดูแลรักษาให้ดีจะทำให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อายุการใช้งานยาวนานและคุ้มค่า

       ด้วยสภาพทางเศรษฐกิจและการค้าขายธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบันที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้บรรดาธุรกิจการขนส่งทางบกต่าง ๆ รวมถึงการคมนาคมประเภทรถโดยสารสาธารณะก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน และในระบบการขนส่งนั้น รถบรรทุกจะเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนย้ายขนส่งสินค้าให้ไปถึงจุดหมายปลายทางหรือส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้ และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ก็มีบทบาทที่สำคัญในการขนส่งของรถบรรทุกนี้เองก็คือ  “ยางรถบรรทุก”  โดยจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถให้สามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง และยังทำหน้าที่อื่น ๆ อย่างเช่น รับน้ำหนักของรถบรรทุกช่วยลดแรงกระแทกหรือแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนเป็นตัวแทนถ่ายทอดพลังงานการขับเคลื่อนหรือการหยุดรถบรรทุกให้ลงสู่พื้นผิวถนน และทำให้รถบรรทุกเปลี่ยนทิศทางได้ตามที่ต้องการได้

        จะเห็นได้ว่ายางรถบรรทุกก็มีส่วนสำคัญประอย่างมากสำหรับรถบรรทุก แต่เมื่อมีการใช้งานยางก็จะมีการสึกหรอไปตามระยะเวลาและระยะทางในการใช้งาน ดังนั้นเราจะต้องหมั่นดูแลรักษาและใช้งานยางให้ถูกต้อง จะช่วยให้ยางสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และยังจะช่วยยืดอายุการใช้งานให้สามารถใช้งานยางรถบรรทุกได้อย่างคุ้มค่า ยาวนาน และในวันนี้ P.I.E Premium Modern Truck ก็ได้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลรักษายางรถบรรทุกมาฝากทุก ๆ คน

เลือกใช้ยางให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน

       การเลือกยางให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานนั้น จะต้องคำนึงถึงโครงสร้างและดอกยาง ซึ่งดอกยางจะมีอยู่หลากหลายประเภทด้วยกัน และถึงแม้ว่าจะเป็นยางประเภทเดียวกัน แต่ก็ยังมีความตื้นลึกของร่องดอกยางที่แตกต่างกันเล็กน้อยไปตามแต่ละยี่ห้อได้ออกแบบไว้ในท้องตลาดยางรถยนต์ สำหรับรถบรรทุกจะมีร่องดอกยางทั้งแบบตื้นกับแบบลึกถึงลึกพิเศษ โดยการเลือกใช้งานนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของและความเร็วที่วิ่งของรถบรรทุกนั่นเอง และต้องเลือกขนาดและประเภทของยางในและยางรองให้มีขนาดและประเภทเดียวกับยางนอกเสมอ เมื่อมีการเปลี่ยนยางใหม่ ก็ต้องเปลี่ยนยางในและยางรองทั้งหมดใหม่ทุกครั้ง นอกจากนี้ก็ต้องใช้กระทะล้อที่มีขนาดเหมาะสมกับยางอีกด้วย

ปิดฝาครอบวาล์วเติมลมอยู่เสมอ

       การปิดปิดฝาครอบวาล์วเติมลม จะป้องกันไม่ให้ฝุ่น เศษหิน กรวด หรือดินเข้าไปแทรก จนทำให้ลมยางรั่วซึมได้

บรรทุกสิ่งของให้มีน้ำหนักให้เหมาะสม

       ยางแต่ละประเภทมีการถูกออกแบบมาแล้วให้ใช้งานตามความเหมาะสม ถ้าหากมีการบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราจะส่งผลเสียให้บั่นทอนอายุการใช้งาน เมื่อแบกรับน้ำหนักมากก็ทำให้แบกรับแรงเสียดสีมากจนเกิดการสึกหรอได้อย่างรวดเร็ว และนอกจากนี้ยังส่งผลต่อเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย โดยโครงผ้าใบบริเวณขอบยางเมื่อรับน้ำหนักมากจะทำให้หัก หรือยางรับน้ำหนักมากจะทำให้ยางบวมล่อนจนระเบิดได้

บรรทุกสิ่งของให้มีตำแหน่งที่เหมาะสม

       ส่วนการบรรทุกสิ่งของควรอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและสมดุลที่จุดศูนย์กลางของตัวรถ ถ้าบรรทุกอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมดุลก็จะส่งผลเสียต่อศูนย์ล้อ รวมถึงยางแต่ละข้างรับน้ำหนักไม่เท่ากันทำให้ยางเสื่อมสภาพและเสียหายก่อนกำหนดได้เช่นเดียวกัน และนอกจากนี้ยังส่งผลต่อความสามารถในการขับขี่รถบรรทุกด้วย เมื่อเข้าทางโค้งหรือหักเลี้ยว มีความเสี่ยงที่จะเสียการควบคุมจนนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้

ไม่ขับขี่ด้วยความเร็วสูงมากเกินไป

       ซึ่งการขับขี่รถบรรทุกด้วยความเร็วสูง จะทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นมีระยะทางในการเหยียบเบรกหยุดรถเพิ่มมากขึ้น ทำให้ดอกยางสึกหรอเร็วขึ้น หรือเกิดความร้อนในยางเพิ่มขึ้นอาจจะยางเกิดการบวมล่อนและระเบิดได้ และยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย

ศูนย์ล้อ

       โดยปกติแล้วรถบรรทุกจะมีการตั้งศูนย์ถ่วงล้อที่แตกแตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปที่มีลักษณะตั้งตรงตามแนวดิ่ง หรือขนานกับตัวรถ แต่จะมีลักษณะเอียงทำมุมกับตัวรถเพื่อให้รถบรรทุกสามารถวิ่งตามทิศทางที่กำหนดได้ดีขึ้น และสะดวกในการบังคับเลี้ยว ซึ่งมุมล้อหรือศูนย์ล้อจะต้องถูกต้องตามค่ามาตรฐานกำหนดที่กำหนด ถ้าหากศูนย์ล้อรถบรรทุกมีความผิดปกติจะส่งผลต่อยางทำให้ยางสึกแบบขรุขระและสึกเร็ว ทำให้การควบคุมพวงมาลัยได้ยากจนเสียการทรงตัวอีกด้วย ส่วนใหญ่แล้วปัญหาศูนย์ล้อของรถบรรทุกจะเกิดกับล้อคู่หน้าได้มากกว่าล้อคู่หลัง จึงควรตรวจสอบศูนย์ล้อและช่วงล่างทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่และในทุก ๆ 6 เดือน

การใช้ยางล้อคู่

       ในกรณีที่มีใช้งานยางล้อคู่ ควรใช้ยางที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหรือเส้นรอบวงยางเท่ากัน ไม่ใช้ยางที่มีความสูงของยางแตกต่างกัน แต่ถ้าหากมีความจำเป็นก็ควรปฏิบัติตามตัวอย่างต่อไปนี้

  • หากยางขนาด 9.00 ขึ้นไป อนุโลมให้ความสูงของยางต่างกันได้ไม่เกิน 8 มม.
  • หากเป็นยางโครงสร้างผ้าใบธรรมดาให้ต่างกันได้ถึง 12 มม.ใ นยางขนาด 8.25 มม.
  • หากเป็นยางเรเดียลอนุโลมให้มีความสูงของยางแตกต่างกันได้ 6 มม.
  • หากเป็นยางผ้าใบธรรมดาให้แตกต่างกันได้ 8 มม.

 

       แต่อย่างไรก็ตาม การใช้นำยางที่มีความสูงไม่เท่ากันมาใช้คู่กัน ในยางเส้นที่สูงกว่าจะรับน้ำหนักมากกว่าส่งผลให้ยางชำรุดเสียหายง่าย และในกรณีที่ใช้ยางที่มีความสูงของยางไม่เท่ากันอยู่ในเพลาเดียวกัน จะส่งผลให้ยางแต่ละด้านเสียการทรงตัวของพวงมาลัยจะฝืนหรือหนักไปด้านล้อที่เล็กกว่า เมื่อใช้งานเป็นระยะเวลานานก็ส่งผลเสียถึงระบบรองรับ (Chassis) ของรถบรรทุกด้วย

การสลับตำแหน่งยางให้ถูกต้อง

       การสลับตำแหน่งล้อยางรถบรรทุกจะมีความแตกต่างกับรถยนต์ทั่วไป เนื่องมาจากยางของรถบรรทุกมักมีลักษณะของยางล้อคู่ โดยปกติจะต้องทำการสลับยางเมื่อมีการใช้งานยางใหม่ไปประมาณ 5,000 – 10,000 กม. โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตำแหน่งล้อหน้า ที่มักจะเกิดการสึกผิดปกติของดอกยางได้ง่ายที่สุด ซึ่งการสลับยางจะเพื่อให้ยางหมุนกลับทิศทางกัน ช่วยให้ยางสึกเรียบและสม่ำเสมอกันทุกล้อ การนำยางล้อหลังที่รองรับแรงกรุย หรือล้อที่ช่วยในการขับเคลื่อน เปลี่ยนไปเป็นล้อหน้าก็จะทำให้อายุยางรถบรรทุกยาวนานขึ้น ดังนั้นการสลับตำแหน่งที่ถูกต้องก็จะสามารถช่วยยืดอายุของยางได้

การเติมลมยาง

       ลมยางเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่ออายุการใช้งานยางของรถบรรทุก ทำให้การเติมลมยางก็ถือว่าเป็นปัจจัยหลักในการดูแลรักษายางรถบรรทุก และลมยางก็ยังส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่ของรถบรรทุกได้โดยตรง ถ้าหากมีการเติมลมยางที่ไม่เหมาะสมจะเกิดผลเสียดังนี้

  •  เติมลมน้อยเกินไป

ยางของรถบรรทุกจะมีลักษณะยางจะบวมล่อนได้ง่าย ส่งผลอายุการใช้งานลดลง ดอกยางมีลักษณะการสึกผิดปกติ อาจจะสึกที่ขอบยางข้างเดียวที่ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง เกิดการสึกที่ไหล่ยางหรือที่ปลายดอก ซึ่งลักษณะที่กล่าวมาจะทำให้มีความฝืดที่ผิวสัมผัส เป็นเหตุให้ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงกว่าปกติ

  •  เติมสูบลมมากเกินไป

ยางรถบรรทุกจะได้รับแรงกระแทกก็จะเกิดการระเบิดได้ง่าย ส่งผลให้อายุการใช้งานลดลงด้วย โดยเฉพาะดอกยางบริเวณกลางหน้ายางจะสึกหรอมาก ทำให้ความสามารถถ่ายเทการสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกขึ้นสู่ตัวรถลดลงทำให้ขาดความนุ่มนวลระหว่างการขับขี่

  • การเติมลมของยางล้อคู่ไม่เท่ากัน

การเติมลมยางควรจะต้องเติมและรักษาระดับแรงดันลมในยางล้อคู่ให้เท่ากันเสมอ ไม่เช่นนั้นในยางเส้นที่มีแรงดันมากจะรับน้ำหนักมากกว่าจะชำรุดเสียหายง่าย มีสึกหรอผิดปกติ ส่วนในยางเส้นที่เติมลมน้อยก็จะรับน้ำหนักน้อยซึ่งส่งผลให้เกิดการสึกของยางที่ผิดปกติ หรือการสึกของยางไม่เรียบเสมอกันนั่นเอง จึงควรเติมลมให้พอดีตามเกณฑ์ที่โรงงานกำหนด หรือพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งาน

       นอกจากนี้ต้องมีการรักษาความดันยางให้ถูกต้องอีกด้วย การตรวจเช็คและปรับลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่เพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้อง หากปรับความดันลมยางในขณะยางร้อนอยู่ เนื่องจากความร้อนทำให้อากาศขยายตัว และการถ้าหากรักษาความดันยางให้แตกต่างกันจะส่งผลต่อการรับน้ำหนักได้ อย่างเช่น ความแตกต่างของแรงดันลมเพียง 1 ก.ก./ซ.ม.2 หรือ 14 ปอนด์/ตร.นิ้ว จะรับน้ำหนักต่างกันถึง 400 ก.ก. หรือถ้าแรงดันลมต่างกัน 2  ก.ก./ซ.ม.2 หรือ 28 ปอนด์/ตร.นิ้ว จะรับน้ำหนักต่างกันถึง 800 ก.ก. เป็นต้น หรือเติมลมตามชนิดของยางอย่างเช่นสำหรับยางเรเดียลเส้นลวดต้องเติมลมมากกว่ายางผ้าใบธรรมดานั่นเอง

เก็บรักษายางให้ถูกต้อง

       ถ้าหากมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บรักษายางที่ยังไม่ได้ใช้งานไว้นาน ๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ยางสัมผัสกับความร้อน  แสง UV ทั้งจากดวงอาทิตย์และหลอดไฟ ลม  ฝน  ความชื้น  น้ำมัน  และสารไวไฟ สารทำละลาย น้ำมัน(ไฮโดรคาร์บอน) หรือสารเคมีต่างๆ รวมไปถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยการเก็บยางไว้ในห้องที่เย็นและแห้ง อากาศถ่ายเท อุณหภูมิต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส ถ้าหากอยู่ภายนอกก็ควรคลุมด้วยผ้าใบทึบแสงและกันน้ำตลอด

       สำหรับการเก็บในระยะสั้น (น้อยกว่า 4 สัปดาห์) ให้วางยางซ้อนกันในแนวนอน และตั้งกองยางไว้ด้วยความสูงไม่เกิน 1.2 เมตร หลังจากผ่านไป 4 สัปดาห์ ก็ควรเรียงยางใหม่โดยสลับการเรียงให้เส้นที่อยู่ล่างสุดมาไว้บนสุดแทน หรือหากประกอบเข้ากับล้อแล้ว ควรเติมลมทิ้งไว้และวางในแนวตั้งหรือซ้อนกันไม่เกิน 2 ชั้น บนชั้นวาง สำหรับการเก็บยางระยะยาว ให้วางยางในแนวตั้งให้มีความสูงห่างจากพื้นอย่างน้อย 10 ซม. เพื่อป้องกันการยุบตัวและควรหมุนยางเล็กน้อยทุก ๆ 1เดือน

       ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่จะช่วยให้เราสามารถยืดอายุการใช้งานของยางรถบรรทุกให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานมากยิ่งขึ้น สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และยังทำให้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่รถบรรทุกให้มากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย ทาง P.I.E Premium Modern Truck จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่าน

ที่มา : http://www.tiretruckcenter.com/

ติดตามข่าวสาร และ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รถบรรทุกได้ที่ : P.I.E. Premium Modern Truck ขายรถบรรทุก

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : P.I.E Premium Modern Truck

P.I.E. Premium Modern Truck :: ขายรถบรรทุก

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

รถกระบะบรรทุก

รถกระบะบรรทุก

ถ้าคุณกำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับรถกระบะบรรทุกใช่ไหม ไม่ว่าคุณจะใช้เพื่องานอุตสาหกรรม หรือการใช้งานทั่

อ่านต่อ »